Blood Diary's profileBlood DiaryPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    บันทึกของรัฐบาลยูโกสลาเวีย

           ชาวโลกได้รู้จักกับความร้ายกาจและอำนาจที่น่าสะพรึงกลัวในอาณาจักรความสยดสยองของผีดูดเลือดหรืออมนุษย์ผู้ไม่มีวันตาย และพยายามจะสร้างอาณาจักรผีดิบคือ "เคาน์แดร็คคิวลา" เรื่องราวของผีดิบดูดเลือดออกอาละวาดดูดเลือดจากลำคอของเหยื่อที่เป็นสตรี เพื่อต่อชีวิตตัวเอง และถ่ายทอดพันธุกรรมทางเลือด ให้เหยื่อกลายเป็นผีดิบดูดเลือดตามไปนั้น เป็นเรื่องจริงที่มีหลักฐานการบันทึกไว้จากรัฐบาลของ ยูโกสลาเวียที่ยังเก็บรักษาไว้ที่กรุงเบลเกรดจนปัจจุบัน จาเรื่องราวอันเป็นความเชื่อถือของชาวคาเพเธียน อันอยู่ในดินแดนแห่งความเร้นลับด้วยมนต์ดำและคาวเลือด..

    ความเชื่อของชาวยุโรปตะวันออก เรื่องผีดูดเลือดหรืออมนุษย์

    1. ผีดิบจะมีชีวิตเมื่อลำแสงอาทิตย์สุดท้ายลับหายไปจากโลกนั่นหมายถึงความมืดแห่งรัตติกาลเข้าปกคลุมโลกนั่นเอง..
    2. ผีดิบจะซ่อนตัวอยู่ในชั้นใต้ดิน อันอับทึบปราศจากแสงแดดหรือในโลงศพอันปิดมิดชิดในตอนกลางวันเพราะแสงแดดเป็นอันตรายต่อร่างกายของมัน..
    3. ผีดิบคือร่างที่ไร้วิญญาณของผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีชีวิตและเลือดเนื้อเหมือนคนธรรมดา แต่เมื่อความตายมาถึงแล้วกลับไม่ตาย แม้ร่างกายจะหยุดทำงานทุกระบบ แต่กลับมีชีวิตอยู่ในตอนกลางคืนด้วยเลือดสดๆ จากเหยื่อที่มันดูดออกมาเป็นอาหาร..
    4. เมื่อเหยื่อถูกดูดเลือดแล้ว เชื้อผีดิบจะผ่านไปทางนํ้าลายของผีดูดเลือดเข้าไปในร่างกายของเหยื่อ ทำให้เหยื่อเกิดเป็นผีดิบดูดเลือดออกอาละวาด ดูดเลือดเหยื่อต่อไปเป็นโรคระบาด หากไม่มีการปราบปรามก็จะขยายกว้างออกไปอย่างไม่จำกัด..
    5. ผีดิบดูดเลือดในตอนกลางคืนก็จะเหมือนคนธรรมดาสังเกตไม่ได้เลยว่าเป็นผีดิบดูดเลือด นอกจากจะจับชีพจรหรือสังเกตลมหายใจที่ไม่เหมือนกับคนธรรมดา..
    6. ผีดิบดูดเลือดจะไม่ปรากฎเงา ไม่ว่าจะในกระจกหรือในนํ้า และจะเกลียดกระจกเป็นที่สุด เพราะเป็นจุดอ่อนที่จะเผยตัวเองว่าเป็นผีดิบ..
    7. ผีดิบกลัวสัญลักษณ์แห่งพระผู้เป็นเจ้า และพระบุตรคือไม้กางเขน เกลียดกลิ่นกระเทียมสดและผวากับกระเทียมแห้งที่มัดรวมกันเป็นพวง..
    8. การจะกำจัดผีดิบดูดเลือดต้องกระทำในเวลากลางวันเท่านั้น โดยการค้นหาให้พบที่ซ่อนของผีดูดเลือด แล้วนำร่างออกมากลางแดด แดดจะทำลายร่างกายให้กลายเป็นผงธุลีหายไปจากโลกนี้..
    9. หากไม่สามารถจะนำร่างของผีดิบดูดเลือดออกมาได้ ให้ทำลายด้วยการนำไม้เสี้ยมให้แหลม ตอกลงไป
      ให้ทะลุหัวใจและเอามีดคมๆ ตัดศรีษะให้ขาดออกจากหัวเพื่อป้องกันการกับมาเข้าร่างอีก..


           ในบันทึกของรัฐบาลยูโกสลาเวียนั้นได้บันทึกไว้ว่า มีใบร้องเรียนมายังกรุงเบลเกรด ให้จัดส่งคณะกรรมการไปจัดการกับผีดิบดูดเลือดที่ออกอาละวาดอยู่ในหมู่บ้านในเขตป่าดำ ( ป่าดำ อยู่ในแถบเทือกเขาสูง ในโรมาเนีย มัยฃนซุกซุมไปด้วยหมาป่าและสัตว์ร้าย ) ทางรัฐบาลตอบรับโดยจัดตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งขึ้น เมื่อไปถึงก็ได้นำเอาผู้ที่ร้องเรียนมาสอบปากคำได้การว่า ผีดิบที่อาละวาดเป็นชาวบ้านธรรมดา ได้ถึงแก่กรรมลงไปโดยสาเหตุธรรมดา ศพถูกนำไปฝังแต่แล้วก็มีคนพบว่าเขาออกเดินเพ่นพ่านในตอนกลางคืน เขาดูดเลือดหลานชายและหลานสาวไปสามคน และยังได้ดูดเลือดพี่ชายของเขาแท้ๆ เป็นศพที่สี่..เหยื่อรายที่ห้าคือหลานสาวคนเล็กของเขา แต่เด็กโชคดีที่ผู้ไปพบและขัดขวางเสียก่อน ผีดิบรายนั้นจึงหลบหายไป ชาวบ้านไม่กล้าจะออกล่า ได้แต่ระมัดระวังตัวเองและครอบครัว และได้ร้องเรียนมายังกรุงเบลเกรด เพื่อให้ส่งเจ้าหน้าที่มาปราบปราม จากนั้นคณะกรรมการก็ได้ให้ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่นำทางไปยังหลุมฝังศพของชายผู้นั้นในตอนกลางคืน ชาวบ้านถือคบไฟนำทหารไปเป็นพรวน เมื่อไปถึงป่าช้าที่ฝังศพแล้วก็ขุดเอาโลงศพขึ้นมา...  ปรากฎว่าดินที่ฝังศพนั้นมีลักษณะอ่อนนุ่ม และไม่แน่นหนาคล้ายกับว่าได้มีการขุดขึ้นมาแล้วของศพ แล้วก็กลับลงไป ในที่สุดโลงศพก็ถูกยกขึ้นมาจากหลุม เจ้าหน้าที่จึงกรูกันเข้าไปเปิดฝาโลง ศพที่นอนอยู่ภายในน่าจะขึ้นอืดหรือเน่าเปื่อยกลับมีสภาพเหมือนคนทั่วไปกำลังนอนหลับ มีเลือดฝาด ทั้งที่ชาวบ้านยืนยันว่าเขาตายมาแล้วสามปีแล้วไม่มีลมหายใจ แต่ที่ทำให้ทุกคนขนลุกเกลียวคือ หัวใจของเขายังเต้นอยู่เป็นปกติ หลังจากนั้นได้ทำการชันสูตรพลิกศพและทำการบันทึก แล้วนำเอาไม้ปลายแหลมมาจ่อที่ตรงทรวงอกด้านซ้ายตรงกับหัวใจ...ศพนั้นก็ลืมตาขึ้นอีกครั้งเพชฌฆาตทำหน้าที่นำเอาค้อนไม้ อัดลงไปบนด้ามไม้ปลายแหลมทำให้ไม้ทิ่มทะลวงลงไปจนมิด เสียงร้องดังกึกก้องขึ้นจากปากของผีดิบดูดเลือด ของเหลวสีขาวข้นเหมือนครีมทะลักออกมาก่อนตามด้วยเลือดสดๆ สีแดงฉาน ศรีษะศพถูกตัดออกจากตัว ร่างที่ไร้วิญญาณก็ตายลงอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ขยายหลุมให้กว้างขึ้น แล้วนำปูนขาวโรยเพื่อป้องกันเชื้อโรค และนำศพลงไปฝังอีกครั้ง...ทั้งหมดนี้ คือการบันทึกของรัฐบาลยูโกสลาเวีย

    -------------------------------------------------
    ประกาศเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2552

    ที่มา
    คุณ nasa

    Within Temptation

     Within Temptation

          Within Temptation เป็นวง Gothic Metal จากเนเธอร์แลนด์ ก่อตั้งโดยมือกีต้าร์ Robert Westerholt และนักร้อง Sharon den Adel แนวดนตรีของวงนี้ถูกจัดว่าเป็นแบบ symphonic metal โดยได้รับอิทธิพล จาก gothic metal มาอย่างเต็มที่ รวมวงเพื่อนซี้สองคนคือ Westerholt และ Sharon den Adel เริ่มตั้งวงเมื่อปี 1996 แล้วก็รับ Jeroen van Veen เข้ามาเล่นเบส Martijn Westerholt เข้ามาเล่นคีย์บอร์ด และ Ivar de Graaf เข้ามาเล่นกลอง อยู่ช่วงสั้นๆช่วงหนึ่ง วงนี้ได้รับการติดต่อทำสัญญาอัดเพลงกับ DSFA Records ในปีนั้นเอง

     

    อัลบั้ม Enter อัลบั้ม Enter

           อัลบั้ม Enter (1997) เป็นอัลบั้มเปิด ตัววง ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี วงนี้ต้องเปิดทัวร์แสดงถึง 4 ครั้ง หลังจากนั้นก็ถูกขอให้เปิดการแสดงในเทศกาล Dynamo Open Air ซึ่งเป็นเทศกาลใหญ่ ดนตรี Heavy metal เทศกาลหนึ่ง ของเนเธอร์แลนด์ ที่เมือง Eindhoven. วง Within Temptation ไปได้สวยในปี 1997 ด้วยการทัวร์ข้ามประเทศไปที่ เยอรมันนี และ ออสเตรีย

     

    อัลบั้ม The Dance อัลบั้ม The Dance

           อัลบั้ม The Dance (EP) ( 1998 - 1999 ) ปี 1998 วง Within Temptation เปิดทัวร์แสดงอย่างต่อเนื่อง ชื่อเสียงและความสามารถของวงทำให้ได้เข้าร่วมเทศกาลดนตรี Dynamo Open Air อีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้ปล่อยอัลบั้มใหม่ๆออกมาอีก จนถึงปลายปี วงจึงออกแผ่นซีดี The Dance ในช่วงพักการตระเวณแสดง ปี 1999 นับเป็นปีที่อลหม่านวุ่นวายของวง จึงใช้เวลาช่วงนี้ จัดสร้างห้องอัดเสียง ของตัวเองและทำงานเพลงส่วนตัวของแต่ละคนไปก่อนที่จะมารวมตัวกันใหม่ในปีถัด ไป

     

    อัลบั้ม Mother Earth อัลบั้ม Mother Earth

           อัลบั้ม Mother Earth ( 2000 - 2003 ) ปี 2000 เป็นปีที่วงคึกคักมาก เมื่อกลับมารวมกันออกทัวร์ ที่งานเทศกาลดนตรีสามแห่งคือ Waterpop / Bospop และ Lowlands นอกจากนี้ยังทำงานกับอัลบั้มชุดที่สอง Mother Earth. อัลบั้มนี้ได้รับความนิยมอย่างมากและติดอันดับเพลงดังของเนเธอร์แลนด์อยู่นาน วง Within Temp. ออกแผ่นซิงเกิ้ล Our Farewell แต่ไม่สามารถไต่เข้าอันดับเพลงได้ ซิงเกิ้ลเพลงที่สองจากอัลบั้ม Mother Earth ชื่อ Ice Queen นับได้ว่าเป็นการเจาะแนวกลุ่มผู้ฟังขึ้นไปถึงอันดับที่ 4 ในเนเธอร์แลนด์ แต่กลับเป็นซิงเกิ้ลแผ่นแรกที่ขึ้นอันดับสูงสุดในเบลเยี่ยม ผลสำเร็จนี้มีส่วนช่วยดึงให้อัลบั้ม Mother Earth ไต่อันดับขึ้นไปอยู่ในอันดับที่สามของเนเธอร์แลนด์ได้ตอนปลายปี

    .... ปี 2001 มีการเปลี่ยนตัวนักดนตรีกันขนานใหญ่ Ruud Adrianus Jolie เข้ามาเล่นกีร์ต้า Stephen van Haestregt เข้ามาเล่นกลองแทน de Graaf Martijn Spierenburg เข้ามาแทน Martijn Westerholt ซึ่งป่วยด้วยอาการของ Pfeiffer's disease ต่อมา Westerholt ที่แยกไป ก็ตั้งวง Delain

    .... วง Within Temptation ยังคงได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ในปี 2002 ด้วยการแสดงคอนเสิร์ตครั้งแรกที่ ฝรั่งเศส โด่งดังขนาดเป็นหัวข้อสนทนาใน เม็กซิโก ได้รับรางวัล พิณเงิน (Silver Harp) ของเนเธอร์แลนด์ วงนี้ยังหนุนตัวเองขึ้นอีกด้วยการออกทัวร์คอนเสิร์ตสนับสนุนกวีนิพนธ์ Paradise Lost ของ John Milton ในปี 2003 พร้อมกับปล่อยอัลบั้ม Mother Earth ออกสู่ตลาดเพลงในกลุ่มประเทศยุโรปอีกครั้ง กับ Gun Records ประสบความสำเร็จมากในเยอรมันนี จนได้รางวัล Platinum และอยู่ในอันดับเพลง ลำดับที่ 7 เพลง Ice Queen ติดอันดับ 1 ใน 30 ส่วนในกลุ่มประเทศ Benelux วงได้ปล่อยเพลงที่นำเพลงของ Kate Bushมาร้องใหม่คือ Running up That Hill. วง Within Temptation เป็นจุดเด่นของเทศกาลดนตรีในเนเธอร์แลนด์ ถึงขนาดที่แผ่น DVD ทัวร์ Mother Earth ได้รางวัล Edison Award

     

    อัลบั้ม The Silent Force อัลบั้ม The Silent Force

           อัลบั้ม The Silent Force (2004) แผนการการวางตลาดอัลบั้มที่สามของวงสำเร็จอย่างงดงามในปี 2004 ด้วยการปล่อย The Silent Force เมื่อ 15 พฤศจิกายน แพร่หลายไปทั่วยุโรป การจำหน่ายแผ่น ติดตลาดและอันดับเพลง เป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มประเทศยุโรปหลายประเทศ วงยังได้จัดทัวร์แสดงข้ามชาติอีกในปี 2005 ทั้งนี้รวมไปถึงการจัดคอนเสิร์ตเป็นครั้งแรกในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และที่ ดูไบ เพลง Stand My Ground and Memories เพลงซิงเกิ้ลแรกจากอัลบั้มชุดนี้ยังทำให้วงได้รับรางวัล Edison Award เป็นครั้งที่สองอีกด้วย

    .... มกราคม 2006 วง Within Temptation ได้รับรางวัล The Dutch Pop Prize ( วง popที่ให้การสนับสนุน ยอดเยี่ยม ) และรางวัล Dutch Export Prize ( ศิลปินที่มียอดจำหน่ายนอกประเทศมากที่สุด ) รางวัลหลังนี้ี้มอบให้กับวงเป็นครั้งที่สาม

     

    อัลบั้ม The Heart Of Everything อัลบั้ม The Heart Of Everything

           อัลบั้ม The Heart Of Everything (2007) เปิดตัวที่อันดับ 1 ของชาร์ท Dutch Album 100 (เป็นอัลบัมที่ขึ้นถึงอันดับ 1 เช่นเดียวกับอัลบัม The Silent Force) และเป็นผลงานของชาวดัทช์อัลบัมแรกที่ติดอันดับบน United World Chart โดยติดอันดับที่ 38 และขายไปได้ 50,000 ชุดในสัปดาห์แรกที่ออกจำหน่าย ขึ้นถึงอันดับ 1 ใน 8 ประเทศ และติดอันดับใน Top 100 ใน 11 ประเทศ ขายไปได้รวม 150,000 ชุด ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2007

    -------------------------------------------------------
    ประกาศเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2552

    สำหรับผู้ที่สนใจเพลงต่างๆของวงนี้ ก็สามารถ Download ได้ในส่วน Music Download ของสารบัญ

    Gothic Metal

          Gothic metal จัดอยู่ในข่ายของดนตรี Heavy metal โดยมีจุดกำเนิดใน Europe ประมาณต้นคริสต์ศักราช 1990 ซึ่งGothic metal เป็นผลมาจากดนตรีแนว doom-death Gothic metal บางครั้งถูกพิจารณาว่าเป็นดนตรีที่เล่นอย่างอิสระในแง่ของเสียงดนตรี เพราะว่าดนตรีชนิดนี้ถูกกำหนดโดยสิ่งที่ประกอบขึ้นจนเป็นเพลงนอกจากนี้ยังเป็น ดนตรีที่เกี่ยวความงามอย่างเป็นศิลปะ โดยจะขึ้นอยู่กับแต่ละวงที่จะนำเสนอ ดนตรีในแบบฉบับของตัวเอง Gothic metal ยังมีลักษณะเฉพาะในการใช้เสียงในการร้องสองเสียง การใช้ keyboards และ acoustic guitars ซึ่งทำให้แนวดนตรีแนวนี้แตกต่างจากดนตรี metal อื่นๆ

          Gothic metal นี้ค่อนข้างจะเป็นแนวดนตรีที่มีสานสัมพันธ์กับแนวดนตรีอย่าง doom metal,black metal และ death metal ด้วยองค์ประกอบของดนตรี การใช้synthesizer หนักๆกับทำนองและจังหวะ ซึ่งทำให้ตัวเพลงมีความก้าวร้าว Acoustic guitars บางครั้งถูกนำมาใช้ในดนตรี Gothic metal และในวงที่ใช้ guitar สองตัว จะมี guitar ตัวหนึ่งที่เล่นแบบ acoustic Acoustic guitar นี้จะถูกใช้ในแนวทางเดียวกันกับส่วน electronic และจะเล่นในทำนองที่มีความซับซ้อน การเล่น bass ในดนตรี Gothic metal ส่วนมากจะเล่นในโทนต่ำซึ่งจะคล้ายๆกับการเล่นในแนว doom metal บวกกับผสมผสานแนวดนตรีก้าวร้าวๆของ black metal และ death metal โดยส่วนมากแล้วการเล่น bass จะมีส่วนสำคัญโดยรวมต่อบรรยากาศในตัวเพลง

          Gothic metal บรรยากาศในตัวเพลงจะเน้นอารมณ์ในเพลง มีพลังและว่างเปล่า บรรยากาศในตัวเพลงนั้นจะแตกต่างจากดนตรี doom metal ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของดนตรีแนวใหม่อย่าง doom-death/gothic doom

          เนื้อเพลงส่วนใหญ่ก็จะเกี่ยวกับความรักและเรื่องเหนือความ การสร้างเนื้อหาในตัวเพลงนั้นส่วนมากจะอยู่ในยุค New Age หรือยุค Dark Ages, Victorian, Edwardian, Roman หรือในยุคสมัยใหม่ วงดนตรี Gothic metal ส่วนมากจะไม่ทำอัลบั้มโดยแยกเพลงแต่ละเพลงเป็นเอกเทศ แต่จะทำเป็น concept อัลบั้ม คือประมาณว่าต้องฟังเพลงทั้งอัลบั้มจึงจะเข้าใจเนื้อหาทั้งหมดของเรื่อง พูดง่ายๆคือเหมือนดูภาพยนตร์ เพลงแต่ละเพลงจะต่อเนื่องจากเริ่มต้นจนจบ โดยจะมีกรอบของเรื่องที่วงดนตรีวงนั้นต้องการสื่อครอบเอาไว้ Penumbra's Seclusion และ Silentium's Sufferion - Hamartia of Prudence เป็นตัวอย่างอัลบั้มที่มีการเขียนเนื้อเพลงในสไตล์นี้
    วง Gothic metalส่วนมากจะมีการร้องสองเสียง เสียงหนึ่งจะเป็นเสียงผู้ชายและมี สไตล์การร้องแบบ black หรือ deathคือร้องแบบกดต่ำ อีกเสียงหนึ่งส่วนมากเป็นผู้หญิงและใช้การร้องแบบ soprano คือร้องแบบสูงปรี๊ด แต่ก็อาจมีการร้องสไตล์อื่นด้วย

    จุดกำเนิด(1983-1993)
           ในช่วงเริ่มแรกของดนตรีแนวนี้ เริ่มขึ้นในปี 1980 ซึ่งในช่วงนั้นวงดนตรีจะทำเพลงโดยได้อิทธิพลจากดนตรี Gothic rock ซึ่งมีลักษณะของดนตรีคล้ายๆดนตรี doom metal วงดนตรีเหล่านี้จึงส่งอิทธิพลในการทำเพลงแนวใหม่ คือ แนว doom-death และ gothic-doom วงดนตรีแนว Death rock ชื่อ Christian Death ถูกยกว่าเป็นวงที่มีอิทธิพลต่อแนวดนตรีแนวนี้ ไม่ว่าจะเป็นเสียงร้องลึกๆของ Rozz Williams และ Valor Kand การเล่นเบสที่ใช้เสียงต่ำ และการใช้ synths สิ่งเหล่านี้ทำให้หลายๆวงประทับใจและนำไปใช้

     "Christian Death"

           ในปี 1990 วงดนตรีหน้าใหม่ไฟแรงจาก Northern England ได้นำดนตรี gothic rock แบบในปี 1980 มาผสมผสานกับการเล่น Guitar แบบจูนเสียงต่ำๆแบบเดียวกับวง Black Sabbath และเล่นดนตรีเหมือนวง doom metal อื่นๆจนกลายเป็นดนตรีแนวที่เรียกว่า Doom-death วงที่เล่นดนตรีแนวนี้ก็เช่น Paradise Lost, My Dying Bride และ Anathema ใน ขณะที่วง Doom-death แรกๆอย่าง Paradise Lost และ Anathema จะมีการใช้เสียงผู้หญิงบ้างในเพลงของพวกเขา แต่มีวงจาก Netherland คือวง The Gathering เป็นวงแรกที่มีนักร้องนำเป็นผู้หญิง คือ Marike Groot ในอัลบั้ม Always...และ Martine Van Loon ในอัลบั้ม Almost a Dance(ซึ่งภายหลังถูกแทนที่โดย Anneke van Giersbergen) สิ่งนี้เองเป็นแบบแผนสำหรับดนตรี Gothic metal ในการใช้เสียงร้องสองเสียง ซึ่งในภายหลังกลายเป็นสัญลักษณ์ของดนตรีแนวนี้ วงที่ดำเนินรอยตามก็เช่นวง Tristania และ Theatre of Tragedy

     "The Gathering"

    Gothic Metal(1993-ปัจจุบัน)
           Gothic Metal เริ่มต้นประมาณปี 1990 ด้วยวงดนตรีเช่น Tristania และ Therion วงเหล่านี้นำเสียงดนตรีแบบ Doom-death มาประยุกต์ผสมผสานกับดนตรีแนวโรแมนติก ซึ่งวงเหล่านี้ทิ้งความเป็นดนตรี Gothic rock และเพิ่มองค์ประกอบดนตรี Classic ไว้ในตัวเพลง

           ในช่วงกลางปีถึงปลายปี 1990 มีดนตรีอีกแนวหนึ่งพัฒนาขึ้นมาและมีลักษณะของดนตรีที่เบากว่า แนวที่ว่านี้ก็คือ Symphonic metal ซึ่งดนตรี Gothic Metal และ Symphonic metal จะถูกแบ่งแยกออกเป็นลักษณะเฉพาะของแต่ละแนว Symphonic metal จะมีดนตรีที่มีความเรียบง่าย มีความเป็น Opera ที่มากกว่า มีการใช้ดนตรี Classic ในขณะที่ดนตรี Gothic Metal จะมีการผสมผสานความก้าวร้าวในแบบฉบับของ death metal และ black metalด้วย มีจังหวะและทำนองที่มีความซับซ้อน

    "Therion"

     
    ประกาศเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2552

    --------------------------------------------------------

    เครดิต

    คุณ stich แห่ง bloggang
    http://en.wikipedia.org/wiki/Gothic_metal